เบาหวานกับดวงตาผลกระทบแอบแฝงที่คาดไม่ถึง
เบาหวานคืออะไร?
เบาหวาน หรือโรคเบาหวาน (Diabetes mellitus) คือ ภาวะที่น้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ไม่เต็มที่
ซึ่งโรคเบาหวาน ไม่ได้ทำร้ายแค่ไต หรือหัวใจ แต่อาจจะมีผลกระทบต่อดวงตาอีกด้วย ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จึงควรพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพตาเป็นระยะๆ อีกด้วย
เบาหวานมีผลกับดวงตาอย่างไร ?
เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป “ทำลายหลอดเลือดเล็กๆ” ทั่วร่างกาย และอวัยวะที่มีหลอดเลือดฝอยเยอะที่สุดจุดหนึ่ง ก็คือ จอประสาทตา (Ratina) เมื่อหลอดเลือดเหล่านี้อุดตันหรือแตก จะทำให้จอตาขาดเลือดและเสียหาย จนนำไปสู่ภาวะตาบอดในที่สุดได้
ระยะอันตรายของ “เบาหวานขึ้นจอประสาทตา”
แบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ :
ระยะที่ 1 : ระยะเริ่มก่อตัว (ไม่มีอาการ)
- เส้นเลือดเริ่มมีความผิดปกติเล็กน้อย แต่คนไข้จะ “ไม่มีอาการอะไรเลย” ยังมองเห็นชัดปกติ ระยะนี้ ต้องให้จักษุแพทย์ส่องตรวจเท่านั้นถึงจะเจอ
- การดูแล : ยังไม่ต้องรักษา แต่ต้องมาตรวจติดตามอาการทุก 3-6 เดือน
ระยะที่ 2 : เส้นเลือดงอกใหม่ (ระยะวิกฤต)
- เมื่อจอตาขาดเลือด ร่างกายจะพยายามสร้างเส้นเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่จะเป็นเส้นเลือดที่มีลักษณะผิดปกติ เปราะ แตกง่าย และมีลักษณะผิดปกติ (Neovascularization)
- การดูแล : จักษุแพทย์ต้องรีบทำการ “เลเซอร์จอประสาทตา” เพื่อลดการเกิดเส้นเลือดงอกผิดปกติเพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลาม
ระยะที่ 3 : ระยะสูญเสียการมองเห็น
- เส้นเลือดที่เปราะแตกออก เลือดไหลเข้าสู่ช่องหลังลูกตา หรือเกิดพังผืดดึงรั้งจอประสาทตาให้หลุดลอก
- การดูแล : การรักษาจะยากมาก หากผลการรักษาไม่ดี มักจะสูญเสียการมองเห็นถาวรไปบางส่วน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เบาหวานขึ้นตา
ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมหรือภาวะตามนี้ ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ :
- เป็นเบาหวานมานานมาก : ยิ่งเป็นนาน เส้นเลือดยิ่งถูกน้ำตาลทำลายนานตามไปด้วย
- คุมน้ำตาลไม่ได้ : ปล่อยให้ร่างกายมีภาวะน้ำตาลขึ้นสูงตลอดเวลา
- น้ำตาลสวิง : มีค่าน้ำตาล ขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่ ทำให้หลอดเลือดเสียหายมากกว่าการที่ค่าน้ำตาลสูงนิ่งๆ
- คุณแม่ตั้งครรภ์ : ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอาจกระตุ้นให้เบาหวานขึ้นตาได้รวดเร็วขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่คนเป็นเบาหวานต้องเจอ
นอกจากเรื่องจอประสาทตาแล้ว โรคเบาหวานยังมีผลกระทบกับดวงตาอีกด้วย
- ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้ หากค่าสายตาไม่นิ่ง ค่าสายตาอาจจะสั้นลง หรือยาวขึ้น ภายในวันเดียวกันได้ ทำให้มองเบลอๆ และมองชัดสลับกัน
- เกิดโรคทางตาเร็วขึ้น โรคเบาหวานอาจจะเร่งให้เกิดภาวะต้อกระจก และต้อหินให้เร็วกว่าคนปกติได้
การป้องกัน : หยุดเบาหวานไม่ให้ขึ้นตา
โรคนี้ป้องกันการตาบอดได้ หากตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรก
- คุมน้ำตาล : รักษาค่าน้ำตาลให้อยู่ในระดับน้ำตาไม่เกิน 100 ต้นๆ อย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ : แม้จะมองชัดแค่ไหน ผู้ป่วยเบาหวานควรจะรับการ “ตรวจจอประสาทตา” เป็นประจำปีละ 1-2 ครั้ง
เป็นเบาหวาน ทำเลสิคได้ไหม
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานสามารถทำเลสิคได้ แต่จะต้องควบคุมน้ำตาลให้ต่อเนื่อง
- น้ำตาลในเลือด (FBS) น้อยกว่า 120 mg/dL
- น้ำตาลสะสม (HbA1c ) น้อยกว่า 7%
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำเลสิค
- ระดับน้ำตาลที่ไม่คงที่ อาจส่งผลต่อการรักษาและการฟื้นตัวของดวงตาหลังทำเลสิคได้
- ผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตา เช่น จอตาบวม เลือดออกที่จอตาซึ่งอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของเลสิคได้
- ต้องไม่มีภาวะต้อกระจกและเบาหวานขึ้นตาด้วย
- หลังทำเลสิค ควรติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดี