icon-date 25 ตุลาคม 2569

เบาหวานกับดวงตาผลกระทบแอบแฝงที่คาดไม่ถึง

เบาหวานกับดวงตาผลกระทบแอบแฝงที่คาดไม่ถึง

เบาหวานคืออะไร?

เบาหวาน หรือโรคเบาหวาน (Diabetes mellitus) คือ ภาวะที่น้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ไม่เต็มที่

ซึ่งโรคเบาหวาน ไม่ได้ทำร้ายแค่ไต หรือหัวใจ แต่อาจจะมีผลกระทบต่อดวงตาอีกด้วย ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จึงควรพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพตาเป็นระยะๆ อีกด้วย

เบาหวานมีผลกับดวงตาอย่างไร ?

เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป “ทำลายหลอดเลือดเล็กๆ” ทั่วร่างกาย และอวัยวะที่มีหลอดเลือดฝอยเยอะที่สุดจุดหนึ่ง ก็คือ จอประสาทตา (Ratina) เมื่อหลอดเลือดเหล่านี้อุดตันหรือแตก จะทำให้จอตาขาดเลือดและเสียหาย จนนำไปสู่ภาวะตาบอดในที่สุดได้

ระยะอันตรายของ “เบาหวานขึ้นจอประสาทตา”

แบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ :

ระยะที่ 1 : ระยะเริ่มก่อตัว (ไม่มีอาการ)

  • เส้นเลือดเริ่มมีความผิดปกติเล็กน้อย แต่คนไข้จะ “ไม่มีอาการอะไรเลย” ยังมองเห็นชัดปกติ ระยะนี้ ต้องให้จักษุแพทย์ส่องตรวจเท่านั้นถึงจะเจอ
  • การดูแล : ยังไม่ต้องรักษา แต่ต้องมาตรวจติดตามอาการทุก 3-6 เดือน

ระยะที่ 2 : เส้นเลือดงอกใหม่ (ระยะวิกฤต)

  • เมื่อจอตาขาดเลือด ร่างกายจะพยายามสร้างเส้นเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่จะเป็นเส้นเลือดที่มีลักษณะผิดปกติ เปราะ แตกง่าย และมีลักษณะผิดปกติ (Neovascularization)
  • การดูแล : จักษุแพทย์ต้องรีบทำการ “เลเซอร์จอประสาทตา” เพื่อลดการเกิดเส้นเลือดงอกผิดปกติเพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลาม

ระยะที่ 3 : ระยะสูญเสียการมองเห็น

  • เส้นเลือดที่เปราะแตกออก เลือดไหลเข้าสู่ช่องหลังลูกตา หรือเกิดพังผืดดึงรั้งจอประสาทตาให้หลุดลอก
  • การดูแล : การรักษาจะยากมาก หากผลการรักษาไม่ดี มักจะสูญเสียการมองเห็นถาวรไปบางส่วน
ภาวะเบาหวานขึ้นตา

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เบาหวานขึ้นตา

ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมหรือภาวะตามนี้ ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ :
  • เป็นเบาหวานมานานมาก : ยิ่งเป็นนาน เส้นเลือดยิ่งถูกน้ำตาลทำลายนานตามไปด้วย
  • คุมน้ำตาลไม่ได้ : ปล่อยให้ร่างกายมีภาวะน้ำตาลขึ้นสูงตลอดเวลา
  • น้ำตาลสวิง : มีค่าน้ำตาล ขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่ ทำให้หลอดเลือดเสียหายมากกว่าการที่ค่าน้ำตาลสูงนิ่งๆ
  • คุณแม่ตั้งครรภ์ : ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอาจกระตุ้นให้เบาหวานขึ้นตาได้รวดเร็วขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่คนเป็นเบาหวานต้องเจอ

นอกจากเรื่องจอประสาทตาแล้ว โรคเบาหวานยังมีผลกระทบกับดวงตาอีกด้วย
  • ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้ หากค่าสายตาไม่นิ่ง ค่าสายตาอาจจะสั้นลง หรือยาวขึ้น ภายในวันเดียวกันได้ ทำให้มองเบลอๆ และมองชัดสลับกัน
  • เกิดโรคทางตาเร็วขึ้น โรคเบาหวานอาจจะเร่งให้เกิดภาวะต้อกระจก และต้อหินให้เร็วกว่าคนปกติได้

การป้องกัน : หยุดเบาหวานไม่ให้ขึ้นตา

โรคนี้ป้องกันการตาบอดได้ หากตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรก
  • คุมน้ำตาล : รักษาค่าน้ำตาลให้อยู่ในระดับน้ำตาไม่เกิน 100 ต้นๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ : แม้จะมองชัดแค่ไหน ผู้ป่วยเบาหวานควรจะรับการ “ตรวจจอประสาทตา” เป็นประจำปีละ 1-2 ครั้ง

เป็นเบาหวาน ทำเลสิคได้ไหม

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานสามารถทำเลสิคได้ แต่จะต้องควบคุมน้ำตาลให้ต่อเนื่อง
  • น้ำตาลในเลือด (FBS) น้อยกว่า 120 mg/dL
  • น้ำตาลสะสม (HbA1c ) น้อยกว่า 7%

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำเลสิค

  • ระดับน้ำตาลที่ไม่คงที่ อาจส่งผลต่อการรักษาและการฟื้นตัวของดวงตาหลังทำเลสิคได้
  • ผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตา เช่น จอตาบวม เลือดออกที่จอตาซึ่งอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของเลสิคได้
  • ต้องไม่มีภาวะต้อกระจกและเบาหวานขึ้นตาด้วย
  • หลังทำเลสิค ควรติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
การตรวจตาเพื่อทำเลสิค
อ้างอิง : คุณหมอศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์. (2569). “โซเชียลถาม...หมอตาตอบ” โดยคุณหมอศักดิ์ชัย. หน้า 39-44. ปทุมธานี: สำนักงานบริหารการพิมพ์ธรรมศาสตร์.
70

บทความ