icon-date 26 ตุลาคม 2569

ตาขี้เกียจ ทำเลสิคได้ไหม? ไขข้อสงสัยก่อนตัดสินใจรักษา

ตาขี้เกียจ ทำเลสิคได้ไหม? ไขข้อสงสัยก่อนตัดสินใจรักษา

ตาขี้เกียจ คืออะไร ?

ตาขี้เกียจ (Amblyopia) คือ ภาวะที่ดวงตาดูปกติทุกอย่าง แต่ “สมองส่วนรับการมองเห็นไม่ได้รับการพัฒนา” ในช่วงก่อนอายุ 8 ขวบ หากตาข้างใดข้างหนึ่ง ส่งภาพที่ไม่ชัดไปที่สมอง สมองจะ “สั่งปิดการรับรู้” จากตาข้างนั้นไปเลย จนทำให้ตาข้างนั้นมองไม่ชัด ติดตัวไปตลอดชีวิต

อาจพบว่ามองเห็นไม่ชัดในตาข้างหนึ่ง กะระยะหรือมิติของภาพได้ไม่ดี หรือเมื่อปิดตาข้างที่มองเห็นดีกว่า จะพบว่าตาอีกข้างมองเห็นไม่ชัดอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่รู้ตัว เพราะสามารถใช้ตาข้างที่เห็นดีกว่าในชีวิตประจำวันได้

หากพ้นช่วงอายุ 8 ขวบแรกแล้ว การผ่าตัด หรือการใส่แว่นตอนโต จะไม่สามารถทำให้เด็กมองชัดได้เต็มที่ เนื่องจากสมองส่วนการมองเห็นหยุดพัฒนาต่อ

ตาขี้เกียจ เกิดจากสาเหตุอะไร?

การเป็นตาขี้เกียจ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
  • สายตาผิดปกติ : เด็กที่มีสายตาสั้น ยาว หรือเอียงมากๆ จนภาพเบลอ สมองเลยไม่รู้จักว่าภาพที่ชัดคืออะไร
  • สายตาสองข้างต่างกันเยอะ : เช่น ตาซ้ายมีค่าสายตาปกติ แต่ตาขวามีค่าสายตาที่สั้นมาก สมองจึงเลือกใช้แต่ตาข้างที่ชัด และ “ปล่อย” ให้ตาข้างที่ไม่ชัดทำงานน้อยลง จนตาข้างนั้นเป็นตาขี้เกียจ
  • ตาเข หรือ ตาเหล่ : เมื่อตาไม่สามัคคีกัน มองไปคนละทิศทาง สมองจะทำงานแล้วสับสน เลือกรับภาพจากตาข้างเดียว ตาข้างที่เหล่ จึงไม่ได้ใช้งาน
  • มีบางสิ่งมาบดบังการมองเห็น : เช่น เด็กเป็นต้อกระจกแต่กำเนิด (เลนส์ตาขุ่น) หรือหนังตาตกมาบังรูม่านตา ทำให้แสงเข้าตาไม่ได้ สมองจึงไม่ถูกกระตุ้น

เกร็ดความรู้ : การสังเกตุตาขี้เกียจในเด็ก

เด็กจะไม่สามารถบอกเราได้ว่า “มองไม่ชัด” ผู้ปกครองจึงควร:
  • สังเกตุพฤติกรรม : ว่า เด็กชอบวิ่งไปดูทีวีใกล้ๆไหม ต้องคอยหรี่ตามองหรือเอียงคอมองหรือไม่ เพราะนั่นคือสัญญาณที่บอกว่าเด็กมองไม่ชัด
  • ลอง “ปิดตา” : ลองเอามือปิดตาเด็กทีละข้าง (ข้างเดียว) สลับไปมา และทดสอบการมองเห็นของเด็กว่ามองชัดเท่ากันไหม
  • หากเป็นเด็กเล็ก ถ้าปิดตาข้างนึงแล้วเด็กเฉยๆ แต่เมื่อปิดตาอีกข้างแล้วเด็ก ร้องไห้ หรือพยายามแกะมือเราทันที แสดงว่าข้างที่เปิดอยู่มองไม่เห็น (และข้างที่มือเราบังอยู่คือข้างที่เขาใช้มองเป็นหลัก)

วิธีการรักษาตาขี้เกียจ

การรักษาตาขี้เกียจได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มตั้งแต่วัยเด็กจนถึงอายุ 8 ขวบ การรักษาจะแบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอน
  • ขั้นที่ 1 : แก้ที่ต้นเหตุ : หากพบว่าเด็กมีสายตาสั้น เอียง ยาว ต้องตัดแว่นให้ตรงค่าสายตา หากพบว่าเป็นต้อ หรือ หนังตาตก ต้องผ่าตัดแก้ไขให้ภาพกลับมาชัดก่อน
  • ขั้นที่ 2 : กระตุ้นสมอง : จักษุแพทย์มักจะใช้ “การปิดตาข้างที่ดี” เพื่อบังคับให้สมองต้องไปใช้ตาข้างที่ขี้เกียจมากขึ้น สมองจะค่อยๆ ถูกกระตุ้นและกลับมาพัฒนาการมองเห็นได้อีกครั้ง
ตาขี้เกียจ ทำเลสิคได้ไหม ?

ตาขี้เกียจ ทำเลสิคได้ไหม ?

การทำเลสิคเป็นการแก้ไขค่าสายตาแบบถาวรโดยการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งที่กระจกตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยจะแนะนำในกลุ่มคนที่มีสายตานิ่งคงที่แล้ว (โดยส่วนใหญ่ ผู้ที่มีอายุ 18-20 ปี จะเริ่มมีสายตานิ่งคงที่ คือ ใน 1 ปี ค่าสายตามีการเปลี่ยนแปลงไม่เกิน ± 0.75 Diopters)

หากผู้ที่เป็นสายตาขี้เกียจ ไม่ได้รับการรักษาในวัยเด็ก หากตรวจประเมินสภาพกระจกตาผ่าน สามารถทำเลสิคได้แต่ ไม่ได้แก้ไขการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับภาวะตาขี้เกียจโดยตรง ดังนั้น หลังทำเลสิค การมองเห็นเต็มที่ จะชัดได้ใกล้เคียงกับการมองเห็นผ่านแว่นตา แต่จะชัดไม่เท่ากับตาอีกข้างที่ไม่เป็นตาขี้เกียจ

การทำเลสิค จะทำให้คนไข้มีการมองเห็นที่ดีขึ้น แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับของตาขี้เกียจ การมองเห็นของทั้งสองข้างอาจจะมองชัดได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความสามารถสูงสุดของดวงตา ข้างที่เป็นตาขี้เกียจอาจจะมีความคมชัดที่น้อยกว่าข้างอีกข้างได้

หากมีตาขี้เกียจ ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนปรึกษาเรื่องเลสิค?

แนะนำให้ผู้ที่สนใจเตรียมข้อมูล เช่น ประวัติการใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ ผลตรวจสายตาเดิม และประวัติการรักษาตาขี้เกียจหรือตาเข หากมี เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการประเมิน

สรุป

ตาขี้เกียจ เป็นภาวะที่การมองเห็นของตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างพัฒนาได้ไม่เต็มที่ มักเกิดตั้งแต่วัยเด็ก ควรเข้ารับการรักษาก่อน 8 ขวบ หรือหากยิ่งรับการรักษาเร็ว จะยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดี เนื่องจากเป็นส่วนที่ระบบการมองเห็นกำลังพัฒนา

ตาขี้เกียจ ไม่ใช่ภาวะเดียวกับสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง และการใส่แว่นหรือการทำเลสิคสามารถแก้ไขค่าสายตาได้ แต่ ไม่ได้รักษาภาวะตาขี้เกียจโดยตรง

สำหรับผู้ที่มีตาขี้เกียจและสนใจทำเลสิค ควรได้รับการตรวจประเมินจากจักษุแพทย์อย่างละเอียดก่อน เพื่อดูระดับการมองเห็นของแต่ละข้าง สาเหตุของการมองเห็นที่ลดลง และสุขภาพดวงตาโดยรวม ทั้งนี้ ความเหมาะสมและผลลัพธ์ของการทำเลสิคแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อ้างอิง : คุณหมอศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์. (2569). “โซเชียลถาม...หมอตาตอบ” โดยคุณหมอศักดิ์ชัย. หน้า 49-54. ปทุมธานี: สำนักงานบริหารการพิมพ์ธรรมศาสตร์.
31

บทความ